PatJourney

PatJourney

เข้าสู่ระบบ

Tag USA

บ้านเช่าแบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง

บ้านเช่าแบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง

[siteseo_breadcrumbs] Series การหาที่อยู่ในอเมริกา – Part 2-3: บ้านเช่าแบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง บ้านเช่าแบ่งเป็น 3 ประเภทดังนี้  Apartment: ครัวจะเป็นเตาไฟฟ้า มีขนาดตั้งแต่ Studio ไปจนถึง 1-3 Bedroom จ่ายค่าที่จอดรถ ต่างหาก ดีตรงที่มีการรักษาความปลอดภัยระดับนึง ประตูรหัสปลดล็อคจากมือถือหรือคีย์การ์ด บางแห่งมีพนักงานดูแลความปลอดภัยประจำที่หน้าคอนโดไม่ให้คนไร้บ้านหรือคนภายนอกแอบเข้ามาภายในอาคาร น้ำไฟกระจกประตูเสียสามารถแจ้งช่างให้มาซ่อมได้ไม่มีค่าใช้จ่าย มีฟิตเนสสระว่ายน้ำ ส่วนกลางให้ใช้บริการ มีห้องcommon roomหรือดาดฟ้าให้ได้พักผ่อนหรือจัดปาร์ตี้กับเพื่อนๆ Entire room : เช่าทั้งห้องอยู่อาศัยคนเดียวเลย Shared room : เช่าห้องใหญ่ที่มีหลายห้องนอนแล้วหาคนมาช่วยแชร์ห้องนอนที่เหลือ เช่น 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ…

หาบ้านเช่ายังไง

หาบ้านเช่ายังไง

[siteseo_breadcrumbs] Series การหาที่อยู่ในอเมริกา – Part 2-2: หาบ้านเช่ายังไง ช่วงแรกแนะนำให้เช่าบ้าน/อพาร์ตเมนท์ก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าเราชอบที่นั่น เมืองนั้น รัฐนั้นจริงๆ ที่นี่สัญญาเช่าที่พักส่วนมากขั้นต่ำ 12 เดือนหากจะเช่าสั้นกว่านั้น ราคาค่าเช่าอาจจะแพงขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่ทักษะการต่อรองของเราด้วย แต่คิดว่าเกิน 90% ไม่สามารถต่อรองได้เนื่องจากเราเพิ่งมาอเมริกาใหม่ๆ ไม่มีเครดิต ไม่มีงานที่มั่นคง นั่นจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะขอต่อรองสัญญาที่พักต่ำกว่า 12 เดือนแล้วจ่ายค่าเช่าเท่าเดิม สามารถหาบ้านเช่าที่เป็น Sublease ได้ทาง Facebook Marketplace หรือกลุ่มบ้านเช่าตามเมืองต่างๆ โดยการ search เช่น apartment florida, sublease florida เป็นต้น Sublease คือการปล่อยสัญญาเช่าที่เหลืออยู่ให้ผู้เช่ารายใหม่…

การหาที่พักในอเมริกา

การหาที่อยู่ในอเมริกา

[siteseo_breadcrumbs] Series การหาที่อยู่ในอเมริกา – Part 2-1: การหาที่พักในอเมริกา  ช่วงแรกที่เริ่มย้ายมาให้จองพักบ้านผ่าน Airbnb จะดีที่สุด โดยจองพักอย่างน้อย 1 เดือน จะได้ส่วนลดพิเศษและไม่ต้องจ่ายค่า Tax เมืองเพิ่ม ราคาที่จ่ายไปจะพอๆกับที่ต้องจ่ายค่าเช่ารายเดือนอยู่แล้ว หรือแพงกว่านิดหน่อย นี่เป็นขั้นตอนการทำความรู้จักกับเมืองที่เราจะอยู่เท่านั้น การหาที่พักถาวรควรทำหลังจากที่เราได้สำรวจเมืองเรียบร้อยแล้ว และตัดสินใจว่าจะอยู่โซนไหนของเมือง ใช้เวลาช่วงเดือนแรกในการ Survey รอบเมืองทั้งหมด อันไหนถนนสายหลัก สายรอง อันไหนติดรถไฟฟ้า เดินทางรถไฟฟ้ายังไง แถวไหนที่คนชาติไหนอยู่กันเยอะ ห้างที่ซื้อของราคาถูก ห้างแต่ละที่ไม่เหมือนกัน ราคาก็ต่างกัน ต้องแยกว่าห้างไหนสำหรับซื้อของสดทำครัว ที่ไหนสำหรับซื้อเสื้อผ้าจิปาถะ ที่ไหนซื้อของเอเชีย ฯลฯ มีธนาคารไหนในเมืองมากที่สุด ตู้ ATM สะดวกที่สุด…

ควรอยู่รัฐไหน (West Coast) ตอนที่ 3

West Coast

[siteseo_breadcrumbs] วอชิงตัน (Washington) พูดถึงรัฐวอชิงตัน หลายคนอาจจะนึกถึงแค่ซีแอตเทิล เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยตึกสูงและกาแฟสตาร์บัคส์ที่กำเนิดขึ้นที่นี่ แต่จริงๆ แล้ว วอชิงตันเป็นรัฐที่มีอะไรมากกว่านั้นเยอะมาก และเป็นรัฐที่เหมาะกับการใช้ชีวิตมากๆ ถ้าใครชอบบรรยากาศธรรมชาติ ภูเขา ทะเล ป่าไม้ และเมืองที่มีความเป็นมิตรกับคนทำงานด้านเทคโนโลยี วอชิงตันคือตัวเลือกที่น่าสนใจรัฐนี้อยู่เหนือโอเรกอน ติดกับแคนาดา อากาศเย็นสบายตลอดปี แต่มีฝนตกบ่อยโดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ฟ้าจะครึ้มๆ เกือบทั้งปี คนที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่มักจะชินกับอากาศแบบนี้ ถ้าเป็นคนที่ไม่ชอบแดดจ้าแบบแคลิฟอร์เนีย วอชิงตันเป็นรัฐที่เหมาะมาก  1. ซีแอตเทิล (Seattle)  ซีแอตเทิลเป็นเมืองหลักของรัฐนี้และถือเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง มีสำนักงานใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Microsoft, Amazon, และ Boeing อยู่ที่นี่ ถ้าคุณทำงานสายไอที โอกาสหางานในรัฐนี้มีสูงมาก รายได้เฉลี่ยในรัฐวอชิงตันถือว่าสูง อยู่ที่ประมาณ $75K-$95K ต่อปี…

ควรอยู่รัฐไหน (West Coast) ตอนที่ 2

West Coast

[siteseo_breadcrumbs] โอเรกอน ถ้าพูดถึงโอเรกอน หลายคนน่าจะไม่คุ้นเท่ากับแคลิฟอร์เนียหรือวอชิงตัน แต่บอกเลยว่ารัฐนี้มีเสน่ห์แบบที่คนไม่ค่อยพูดถึง โอเรกอนเป็นรัฐที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ป่าไม้ แม่น้ำ ภูเขา และทะเลสาบสวยๆ ถ้าคุณเป็นสายรักธรรมชาติ ชอบเดินป่า ปีนเขา หรือแค่ต้องการอากาศบริสุทธิ์แบบไม่ต้องกลัวมลพิษ ที่นี่คือตัวเลือกที่น่าสนใจมาก โอเรกอนอยู่ติดกับแคลิฟอร์เนียทางตอนเหนือ อากาศเย็นสบายตลอดปี ไม่ร้อนเกินไป ไม่หนาวจัดจนเกินไป ฤดูใบไม้ร่วงที่นี่สวยมาก ต้นไม้เปลี่ยนสีเป็นส้มแดงเหมือนภาพวาด หน้าร้อนก็ไม่ร้อนมาก ส่วนหน้าหนาวถ้าอยู่ใกล้ภูเขาก็จะมีหิมะตก แต่ถ้าอยู่แถบเมืองใหญ่ๆ อย่างพอร์ตแลนด์ หิมะไม่ได้ตกหนักจนใช้ชีวิตลำบากสิ่งที่ทำให้โอเรกอนพิเศษคือรัฐนี้ ไม่มีภาษีขาย (Sales Tax 0%) ใช่แล้ว เวลาไปซื้อของที่ห้างหรือร้านค้า ซื้อของราคาเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น ไม่มีบวกเพิ่มเหมือนรัฐอื่น คนจากรัฐข้างๆ อย่างแคลิฟอร์เนียกับวอชิงตันยังขับรถมาโอเรกอนเพื่อช้อปปิ้งกันเลย ค่าครองชีพที่นี่ก็ไม่ได้แพงเวอร์เท่าแคลิฟอร์เนีย บ้านราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ $450K-$600K แล้วแต่ทำเล…

ควรอยู่รัฐไหน (West Coast) ตอนที่ 1

West Coast

แคลิฟอร์เนีย (California – CA) ถ้าพูดถึงแคลิฟอร์เนีย ภาพแรกที่ลอยมาในหัวคือแสงแดด ชายหาด รถเปิดประทุน และถนนเลียบชายฝั่งที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ฟีลเหมือนฉากในหนังฮอลลีวูดที่ทุกคนดูแล้วต้องเคยคิดว่า “เออ ถ้าได้ไปอยู่แคลิฟอร์เนียก็คงจะดี” รัฐนี้เป็นรัฐที่ใหญ่และหลากหลายมากกกกกกกกกกกกกกก จะชิลก็ได้ จะวุ่นวายก็มี จะอยู่บนเขา ข้างทะเล หรือกลางทะเลทรายก็เลือกได้หมด ที่นี่มีทุกอย่างให้เลือกแบบครบจบในที่เดียวรายได้เฉลี่ยของที่นี่สูงก็จริง อยู่ที่ประมาณ $75K-$90K ต่อปี แต่ค่าครองชีพมันสูงพอๆ กัน ถ้าเป็นงานสายเทค งานในอุตสาหกรรมบันเทิง หรือสายสุขภาพก็พออยู่ได้แบบสบายๆ แต่ถ้าเป็นงานทั่วไป อาจจะต้องแชร์ห้องหรืออยู่ไกลออกไปจากเมือง ภาษีรัฐที่นี่ถือว่าสูงมาก ภาษีรายได้อยู่ที่ 1%-13.3% ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐที่เก็บภาษีสูงที่สุดในอเมริกาเลย ส่วนภาษีขาย (Sale Tax) อยู่ที่ 7.25%-10.75% แล้วแต่พื้นที่ จะซื้ออะไรทีต้องคำนวณเพิ่มดีๆเรื่องความปลอดภัยก็ต้องระวัง…

ควรอยู่รัฐไหน (East Coast) ตอนที่ 3

รัฐน่าอยู่ East Coast อเมริกา เปรียบเทียบค่าครองชีพและคุณภาพชีวิต

[siteseo_breadcrumbs]มาต่อตอนที่สาม ตอนสุดท้ายของฝั่ง East Coast กันครับ  วอชิงตัน ดีซี (Washington D.C.)   วอชิงตัน ดี.ซี. ฟังดูเป็นเมืองที่ใครๆ ก็น่าจะรู้จัก เพราะเป็นเมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา เต็มไปด้วยอาคารรัฐบาล สถานที่สำคัญระดับโลก และมีทำเนียบขาวตั้งอยู่ แต่ถ้าพูดถึงการใช้ชีวิตจริงๆ ในดี.ซี. บอกเลยว่ามันมีเสน่ห์ที่มากกว่าการเป็นแค่เมืองของนักการเมือง ลองนึกภาพว่าคุณกำลังเดินอยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณแบบยุโรป เดินผ่านอนุสาวรีย์ลินคอล์น แล้วแวะไปนั่งดื่มกาแฟในย่าน Dupont Circle หรือ Adams Morgan ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารนานาชาติ กลางวันอาจจะต้องเจอผู้คนในชุดสูทเดินสวนกันไปมา แต่กลางคืนก็กลายเป็นอีกโลกหนึ่ง เพราะที่นี่มีบาร์และร้านอาหารที่เปิดดึกให้ได้ไปชิลล์กัน ดี.ซี. เป็นเมืองที่มีความเป็นสากลสูงมาก คนที่นี่มาจากทั่วทุกมุมโลก เพราะมีทั้งสถานทูตต่างๆ มหาวิทยาลัยระดับโลก และองค์กรระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่ที่นี่ ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบความหลากหลายทางวัฒนธรรมและอยากอยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยคนเก่งๆ ดี.ซี.…

ควรอยู่รัฐไหน (East Coast) ตอนที่ 2

รัฐน่าอยู่ East Coast อเมริกา เปรียบเทียบค่าครองชีพและคุณภาพชีวิต

[siteseo_breadcrumbs]มาต่อตอนที่สองของ East Coast กันครับ คอนเนตทิคัต (Connecticut)   Connecticut หรือที่คนอเมริกันชอบเรียกกันสั้นๆ ว่า “CT” นี่คือรัฐที่ให้ฟีลกึ่งๆ เมืองใหญ่ผสมกับชีวิตชานเมืองแบบอบอุ่น เป็นรัฐที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง New York กับ Boston ขับรถประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงเมืองใหญ่ทั้งสองฝั่ง เหมาะสำหรับคนที่อยากใช้ชีวิตแบบสงบๆ แต่ยังเดินทางเข้าเมืองไปทำงานหรือเที่ยวได้สะดวก ตอนแรกแอดไม่ค่อยรู้จัก Connecticut มากเท่าไหร่ คิดว่าเป็นแค่รัฐทางผ่านระหว่างนิวยอร์กกับแมสซาชูเซตส์ แต่พอได้ลองมาเดินเล่นในเมืองอย่าง Stamford หรือ New Haven บอกเลยว่าเสน่ห์ของที่นี่มันมีอยู่จริง บ้านเมืองสะอาด ถนนโล่งกว่า NYC คนไม่เร่งรีบเท่าคนเมืองใหญ่ แต่ก็ไม่ได้เงียบจนเกินไป ที่สำคัญ บ้านสวยมาก! บ้านในโซนนี้จะเป็นสไตล์ New…

รัฐน่าอยู่ East Coast: 5 เมืองสุดปัง 2026 ตอนที่ 1

รัฐน่าอยู่ East Coast อเมริกา เปรียบเทียบค่าครองชีพและคุณภาพชีวิต

เอาจริงๆ นะครับ พอย้ายมาอยู่อเมริกาใหม่ๆ หลายคนมักจะงงว่า “โอ้ย เลือกรัฐไหนดีล่ะเนี่ย?” ผมเคยผ่านโมเมนต์นี้มาแล้วเหมือนกัน วันนี้เลยอยากแชร์ประสบการณ์และข้อมูลรัฐน่าอยู่ East Coast ให้ฟังครับ เริ่มจากรัฐที่น่าสนใจ 5 รัฐกันเลย  Maine – สวรรค์สายธรรมชาติ   ถ้าพูดถึงรัฐเมน บอกเลยว่านี่คืออเมริกาเวอร์ชั่นธรรมชาติป่าเขา ทะเล และชีวิตที่เงียบสงบสุดๆ ใครที่ชอบความสงบ มีความเป็นส่วนตัว ไม่ชอบความวุ่นวาย นี่แหละคือที่ที่ต้องลองพิจารณาดู เมนเป็นรัฐที่อยู่เหนือสุดของ East Coast ติดกับแคนาดาเลย ถ้านึกภาพตามก็คือบ้านไม้เล็กๆ สีขาวหลังคาหน้าจั่ว ตั้งอยู่ริมชายฝั่ง มีหมอกจางๆ ลอยมาบางๆ ช่วงเช้า หน้าหนาวก็หิมะขาวโพลนแบบในหนังเลย ที่นี่อากาศเย็นตลอดปี ฤดูร้อนก็ไม่ร้อนเกินไป อุณหภูมิประมาณ 20-25…

ข้อเสียของการใช้ชีวิตในอเมริกา: ความจริงหนักๆ ที่ควรรู้ก่อนย้าย

ข้อเสียของการใช้ชีวิตในอเมริกา 10 เรื่องจริงก่อนย้ายมาอยู่

ข้อเสียของการใช้ชีวิตในอเมริกา คือเรื่องที่ผมอยากให้คนไทยคุยกันแบบตรงๆ เพราะตอนตัดสินใจย้ายประเทศ เรามักเห็นแต่โอกาส รายได้ และอนาคตของครอบครัว แต่พออยู่จริง “ค่าใช้จ่าย + กฎ + ระบบติดต่อ” มันมีดีเทลที่ทำให้เหนื่อยได้ ถ้าเตรียมใจไม่ทัน โพสต์นี้เป็นมุมมองจากประสบการณ์และสิ่งที่เจอบ่อยในคนไทยที่เพิ่งมาอยู่ใหม่ เป้าหมายไม่ใช่ให้กลัวนะครับ แต่ให้เห็นภาพจริงและวางแผนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะคนที่ต้องเริ่มชีวิตใหม่จากศูนย์ ข้อเสียของการใช้ชีวิตในอเมริกา: ค่าเรียนแพงและภาระหนี้ หลังจบ High School ค่าเรียนระดับ College/University โดยเฉพาะปริญญาตรีขึ้นไปสามารถเริ่มตั้งแต่ $20,000++ ต่อปี และมหาวิทยาลัยชื่อดังอาจสูงกว่านั้นอีกตามสาขาและชื่อเสียง หลายคนจึงต้องพึ่งทุนและเงินกู้เรียน ถ้าจะใช้เส้นทางเงินกู้/ความช่วยเหลือ แนะนำให้เริ่มทำความเข้าใจ FAFSA จากเว็บทางการ: บี้ยและเงื่อนไขการชำระคืน เพราะถ้ากู้แบบไม่คุมงบ หนี้จะมากดตอนเริ่มทำงาน ทำให้เครียดเรื่อง cash flow…