PatJourney

PatJourney

เข้าสู่ระบบ

รัฐน่าอยู่ East Coast: 5 เมืองสุดปัง 2026 ตอนที่ 1

เอาจริงๆ นะครับ พอย้ายมาอยู่อเมริกาใหม่ๆ หลายคนมักจะงงว่า “โอ้ย เลือกรัฐไหนดีล่ะเนี่ย?” ผมเคยผ่านโมเมนต์นี้มาแล้วเหมือนกัน วันนี้เลยอยากแชร์ประสบการณ์และข้อมูลรัฐน่าอยู่ East Coast ให้ฟังครับ เริ่มจากรัฐที่น่าสนใจ 5 รัฐกันเลย
 

Maine – สวรรค์สายธรรมชาติ

 
Maine
 
ถ้าพูดถึงรัฐเมน บอกเลยว่านี่คืออเมริกาเวอร์ชั่นธรรมชาติป่าเขา ทะเล และชีวิตที่เงียบสงบสุดๆ ใครที่ชอบความสงบ มีความเป็นส่วนตัว ไม่ชอบความวุ่นวาย นี่แหละคือที่ที่ต้องลองพิจารณาดู เมนเป็นรัฐที่อยู่เหนือสุดของ East Coast ติดกับแคนาดาเลย ถ้านึกภาพตามก็คือบ้านไม้เล็กๆ สีขาวหลังคาหน้าจั่ว ตั้งอยู่ริมชายฝั่ง มีหมอกจางๆ ลอยมาบางๆ ช่วงเช้า หน้าหนาวก็หิมะขาวโพลนแบบในหนังเลย ที่นี่อากาศเย็นตลอดปี ฤดูร้อนก็ไม่ร้อนเกินไป อุณหภูมิประมาณ 20-25 องศา ส่วนหน้าหนาวนี่หนาวจริงจัง หิมะตกหนักสุดๆ แต่ข้อดีคือวิวสวยมาก ขับรถขึ้นเขาไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ Acadia National Park คือโคตรโรแมนติก
ถ้าถามถึงเมืองหลักๆ ก็ต้องพูดถึง Portland เมืองเล็กๆ ริมทะเลที่มีบรรยากาศชิลสุดๆ เมืองนี้ค่อนข้างมีชีวิตชีวากว่าเมืองอื่นในรัฐ เพราะมีร้านกาแฟเล็กๆ น่ารักๆ ร้านเบเกอรี่ที่ทำขนมปังหอมๆ ตอนเช้า รวมถึงร้านอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อของรัฐนี้ เมนเป็นแหล่งจับล็อบสเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกา เพราะงั้นมาที่นี่ต้องลอง Lobster Roll อร่อยโคตร
คนที่นี่เป็นมิตร เงียบๆ ติดดิน ไม่รีบร้อน ใครที่อยากหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ เมนคือตัวเลือกที่ดีมากๆ เพราะค่าครองชีพก็ไม่ได้แพงมาก ถ้าเทียบกับรัฐแถบ East Coast อย่างนิวยอร์กหรือแมสซาชูเซตส์ ค่าบ้านเฉลี่ยไม่แพงมาก บ้านชานเมืองอาจจะอยู่ที่ $250K-$350K แต่ถ้าบ้านติดทะเลหรืออยู่ในเมืองใหญ่อย่าง Portland ก็อาจจะแพงขึ้นหน่อย
รายได้เฉลี่ยของคนที่นี่จะอยู่ที่ประมาณ $55K-$60K ต่อปี ถ้าทำงานสาย Healthcare, IT หรือ Remote Work ก็ถือว่าโอเคเลย แต่ถ้าเป็นงานบริการหรือร้านอาหาร รายได้อาจจะไม่ได้สูงมาก อุตสาหกรรมหลักๆ ของรัฐนี้คือประมง ทำป่าไม้ และการท่องเที่ยวในช่วงหน้าร้อน
เรื่องภาษีก็ต้องพิจารณาดีๆ นะ เพราะภาษีรายได้รัฐของเมนอยู่ที่ 5.8%-7.15% ซึ่งถือว่าแอบสูงนิดหน่อย ส่วน Sale tax อยู่ที่ 5.5% ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้แพงเวอร์
เรื่องความปลอดภัยก็หายห่วง เมนเป็นหนึ่งในรัฐที่ปลอดภัยที่สุดในอเมริกา อัตราอาชญากรรมต่ำมาก เพราะประชากรไม่ได้เยอะ อยู่กันแบบสบายๆ บ้านแต่ละหลังมีพื้นที่เยอะ ไม่แออัด คนส่วนใหญ่ก็ค่อนข้างเป็นมิตรและช่วยเหลือกันดีมาก
สรุปแล้ว เมนเป็นรัฐที่เหมาะกับคนที่อยากใช้ชีวิตแบบเงียบสงบ ตื่นเช้ามาจิบกาแฟ มองวิวทะเล นั่งทำงานจากบ้าน หรือถ้าสายลุยก็ออกไปเดินป่า ดูใบไม้เปลี่ยนสีช่วงฤดูใบไม้ร่วง หรือเล่นสกีช่วงหน้าหนาว ที่นี่อาจจะไม่ใช่ที่ที่คึกคักแบบเมืองใหญ่ๆ แต่ถ้าชอบธรรมชาติ เมืองเล็กๆ บรรยากาศอบอุ่น ที่นี่คือสวรรค์เลย
 
=================================================================
 

New Hampshire – รัฐแห่งภาษี 0%

 

New Hampshire

 
นิวแฮมป์เชียร์ หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อเท่ารัฐอื่นๆ ในฝั่ง East Coast แต่ถ้าใครชอบบรรยากาศสงบๆ บ้านไม้สีขาวติดป่า ตื่นเช้ามาเจอหมอกบางๆ เห็นวิวภูเขาสวยๆ รัฐนี้คือสวรรค์เลย นิวแฮมป์เชียร์เป็นรัฐเล็กๆ ที่อยู่เหนือแมสซาชูเซตส์ และติดกับเวอร์มอนต์ บรรยากาศที่นี่มีความเป็นบ้านๆ ธรรมชาติเยอะมาก คนที่นี่รักความเป็นส่วนตัว สไตล์แบบอเมริกันชนบท แต่ไม่ถึงกับห่างไกลความเจริญ เมืองใหญ่ๆ อย่าง Manchester และ Concord มีครบทุกอย่างที่ต้องการ ห้าง ร้านอาหาร ร้านกาแฟ คาเฟ่น่ารักๆ แต่ไม่ได้พลุกพล่านแบบนิวยอร์กหรือบอสตัน
จุดเด่นที่สุดของรัฐนี้คือ “ภาษี 0%” นี่แหละ ใช่แล้ว ไม่มีภาษีรายได้รัฐ ไม่มีภาษีการขาย ซื้อของเท่าไหร่จ่ายเท่านั้น ไม่มีบวกเพิ่ม ที่นี่เลยกลายเป็นสวรรค์ของคนที่อยากเก็บเงินเยอะๆ หรือคนที่ทำธุรกิจ เพราะค่าครองชีพโดยรวมก็ไม่ได้แพงมาก ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้จาก https://www.irs.gov/ ครับ
เรื่องรายได้เฉลี่ยที่นี่ก็ถือว่าใช้ได้ ประมาณ $70K-$80K ต่อปี จาก https://www.bls.gov/oes/current/oessrcst.htm ถ้าใครทำงานสายเทคโนโลยี งานสายสุขภาพ หรือแม้แต่สายงานธุรกิจ ก็ถือว่าอยู่ได้สบายๆ ค่าเช่าบ้านในเมืองใหญ่ๆ อาจจะอยู่ที่ประมาณ $1,500-$2,000 ต่อเดือน แต่ถ้าขยับออกไปอยู่นอกเมืองหน่อย จะได้บ้านที่สวยและพื้นที่เยอะกว่าในราคาที่ถูกลง
ที่นี่มีสี่ฤดูแบบเต็มรูปแบบเลยนะ ฤดูร้อนอากาศสบายๆ ไม่ร้อนจนเกินไป ฤดูใบไม้ร่วงคือไฮไลท์เลย เพราะใบไม้เปลี่ยนสีสวยสุดๆ ขับรถไปตามเส้นทาง Kancamagus Highway นี่บรรยากาศเหมือนโปสการ์ด 🍁 ส่วนหน้าหนาวก็คือหนาวจริงจัง หิมะตกหนัก ใครชอบสกีจะฟินมากเพราะมีรีสอร์ตสกีเยอะสุดๆ
ความปลอดภัยโดยรวมถือว่าสูงมาก เพราะเป็นรัฐที่อัตราอาชญากรรมต่ำ ตำรวจทำงานดี คนส่วนใหญ่ก็เป็นมิตร มีชุมชนเล็กๆ ที่คอยช่วยเหลือกันดีมาก บรรยากาศเหมือนเมืองเล็กๆ ที่ทุกคนรู้จักกันหมด
โดยรวมแล้ว นิวแฮมป์เชียร์เป็นรัฐที่เหมาะกับคนที่อยากอยู่ในที่ที่มีธรรมชาติสวยๆ เงียบสงบ ค่าครองชีพไม่แรงมาก ไม่มีภาษีให้ปวดหัว แต่ก็ยังเดินทางไปเมืองใหญ่ได้สะดวก ถ้าขับรถไปบอสตันก็แค่ประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น เหมาะกับคนที่อยากทำงานในเมืองแต่ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แบบสบายๆ
=================================================================
 

Vermont – บ้านของ Ben & Jerry’s

Vermont
 
ถ้าพูดถึงเวอร์มอนต์ หลายคนนึกถึงอะไรครับ? สำหรับแอด ภาพแรกที่ลอยมาเลยคือใบไม้เปลี่ยนสีสุดอลังการ บ้านไม้เล็กๆ กับทุ่งหญ้ากว้างๆ วิวภูเขาสูงเสียดฟ้า แล้วก็ฟาร์มโคนมที่ทำให้รัฐนี้โด่งดังเรื่องไอศกรีม Ben & Jerry’s เวอร์มอนต์เป็นรัฐเล็กๆ ที่อยู่ติดกับแคนาดา บ้านเมืองเงียบสงบ ธรรมชาติแน่นๆ อากาศบริสุทธิ์สุดๆ มีป่าไม้เยอะมากจนเกือบ 80% ของรัฐเป็นป่า อารมณ์แบบตื่นเช้ามาเปิดหน้าต่าง เจอหมอกจางๆ ปกคลุมต้นไม้สีส้มแดงเต็มไปหมด ใครเป็นสายธรรมชาติ ที่นี่คือสวรรค์ชัดๆ เมืองหลักของเวอร์มอนต์คือ Burlington เมืองนี้ถือว่าใหญ่ที่สุดของรัฐแล้ว แต่บรรยากาศก็ยังคงความเป็นเมืองเล็กๆ แบบชนบทอยู่ ไม่ได้เป็นเมืองใหญ่วุ่นวายแบบนิวยอร์กหรือบอสตัน มีร้านกาแฟน่ารักๆ ร้านอาหารโฮมเมดเยอะ และคนส่วนใหญ่ก็ใช้ชีวิตกันแบบเรียบง่าย ชิลๆ
ที่นี่ค่าครองชีพไม่ได้สูงมากถ้าเทียบกับรัฐอื่นๆ บน East Coast ราคาบ้านเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ $350K-$450K แล้วแต่ทำเล รายได้เฉลี่ยของคนที่นี่อยู่ที่ประมาณ $55K-$65K ต่อปี ซึ่งไม่ได้สูงมาก แต่ก็พอใช้ชีวิตได้แบบไม่ต้องเร่งรีบ งานที่เป็นที่นิยมคือสายเกษตรกรรม งานรัฐ และงานด้านสุขภาพ ใครที่ทำงานแบบ Work From Home ก็อยู่ที่นี่ได้สบายๆ เพราะอินเทอร์เน็ตเริ่มพัฒนาให้ครอบคลุมมากขึ้น
จุดเด่นอีกอย่างของรัฐนี้คือความปลอดภัย เวอร์มอนต์ติดอันดับรัฐที่มีอัตราอาชญากรรมต่ำที่สุดในอเมริกาเลยนะ ตามข้อมูลจาก https://ucr.fbi.gov/crime-in-the-u.s ครับ คนที่นี่มีแนวคิดแบบอิสระ รักสงบ และเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ไม่มีความวุ่นวายทางการเมืองหรือการประท้วงหนักๆ แบบรัฐใหญ่ๆ
เรื่องภาษีก็เป็นจุดที่ต้องคิดหนักหน่อย เพราะภาษีรายได้รัฐของเวอร์มอนต์อยู่ที่ 3.35%-8.75% ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง ส่วนภาษีขาย (Sale Tax) อยู่ที่ 6% ใครทำธุรกิจหรืออยากเซฟเงินภาษีอาจจะต้องพิจารณาดีๆ
สิ่งที่ต้องรู้ไว้คือ อากาศที่นี่หนาวมาก โดยเฉพาะหน้าหนาว หิมะตกหนักสุดๆ ติดลบเป็นเรื่องปกติ ถ้าใครไม่ชอบอากาศหนาวจัด อาจจะอยู่ลำบากหน่อย แต่ข้อดีคือมีกิจกรรมหน้าหนาวเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นสกี สโนว์บอร์ด หรือเดินป่าช่วงฤดูหนาว
โดยรวมแล้ว เวอร์มอนต์เหมาะกับคนที่อยากใช้ชีวิตสงบๆ ไม่เร่งรีบ ชอบธรรมชาติ ชอบอากาศบริสุทธิ์ ไม่มีมลพิษ และอยากอยู่ในชุมชนที่ปลอดภัย ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ติดเมือง ไม่ต้องการความวุ่นวายของชีวิตเมืองใหญ่ ที่นี่น่าจะเป็นบ้านที่สมบูรณ์แบบเลย
=================================================================
 

Massachusetts – ศูนย์กลางการศึกษา

 

Massachusetts

 
ถ้าพูดถึงรัฐในฝั่ง East Coast ที่มีเสน่ห์ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ เทคโนโลยี และบรรยากาศการใช้ชีวิต Massachusetts น่าจะเป็นหนึ่งในรัฐที่น่าสนใจที่สุดเลยล่ะ! บอสตัน เมืองหลวงของรัฐนี้ ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางแห่งการศึกษาและนวัตกรรม แถมยังมีความคลาสสิกแบบยุโรปเบาๆ ผสมเข้ากับความทันสมัยอย่างลงตัว ใครที่ชอบบรรยากาศเมืองที่มีตึกเก่าๆ ถนนอิฐสีแดง ตัดกับวิวตึกสูงล้ำสมัย หรืออยากเดินเล่นริมแม่น้ำ Charles River ยามเย็นแบบโรแมนติก Boston คือเมืองที่มีครบทุกฟีล แถมขับรถออกไปหน่อยก็เจอ Cape Cod ที่มีทะเลสวยๆ ให้ไปพักผ่อน หรือขับขึ้นไปทางเหนือหน่อยก็เจอ New Hampshire ที่เป็นสวรรค์ของสายธรรมชาติ เรื่องอากาศก็สนุกอยู่… ที่นี่มีครบทั้ง 4 ฤดูแบบเต็มรูปแบบเลยนะ หน้าร้อนก็เดินเล่นชายหาดได้แบบฟีลลิ่ง New England Summer 🌊☀️ หน้าหนาวก็หิมะตกหนักเหมือนอยู่ในหนังคริสต์มาสแบบไม่ต้องพึ่งเอฟเฟกต์ ❄️⛄ ใครที่เคยอยู่เมืองร้อนมาก่อน อาจจะต้องปรับตัวนิดนึงเพราะหิมะที่นี่มาตามฤดูกาลแบบไม่มีพลาด
ค่าครองชีพของที่นี่ต้องบอกตรงๆ ว่าแรงใช้ได้ โดยเฉพาะ Boston ที่ค่าเช่าแพงจนต้องร้องไห้ 😅 ห้องสตูดิโอเล็กๆ แบบพออยู่ได้ เริ่มที่ประมาณ $2,500 ต่อเดือน แต่ถ้าขยับออกไปอยู่แถบชานเมืองหน่อยอย่าง Quincy หรือ Malden ราคาก็จะซอฟต์ลงมาหน่อย ดังนั้นถ้ามาอเมริกาโดยไม่ได้มีครอบครัวลูกเล็กมาด้วย การแชร์ห้องอยู่กับคนอื่นจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการประหยัดค่าใช้จ่าย โดยจะตกอยู่ที่ $1,200-$1,500/month
แต่ข้อดีคือ รายได้เฉลี่ยของที่นี่ก็สูงตามไปด้วย งานในสาย IT, Healthcare, Finance, และการศึกษาถือว่าเงินดีมาก คนที่นี่มีรายได้เฉลี่ยราวๆ $85,000 ต่อปี ถ้าทำงานในสายแพทย์หรือวิศวกรรม อาจแตะหกหลักได้ไม่ยาก
อีกอย่างที่ทำให้ Massachusetts โดดเด่นก็คือเรื่องการศึกษา ใครที่อยากให้ลูกหลานได้เรียนในโรงเรียนดีๆ ที่นี่คือสวรรค์เลย โรงเรียนรัฐของ Massachusetts ติดอันดับท็อปของประเทศ และแน่นอน ที่นี่คือบ้านของ Harvard กับ MIT มหาวิทยาลัยระดับโลกที่แค่เดินผ่านก็รู้สึกฉลาดขึ้นมานิดนึง 📚🏛️
เรื่องอาหารการกินก็ไม่ต้องห่วง… Lobster Roll ที่นี่คือที่สุด! 🦞 อาหารทะเลสดๆ จาก Cape Cod นี่คือฟินระดับโลก หรือถ้าอยากลองอะไรที่เป็นซิกเนเจอร์ของรัฐนี้ ต้องไปโดน Clam Chowder ซุปหอยลายเข้มข้นที่กินคู่กับขนมปังแล้วคือดีมาก
ส่วนเรื่องความปลอดภัย โดยรวมแล้วถือว่าดีเลยล่ะ Boston และเมืองรอบๆ ปลอดภัยพอสมควร เดินเที่ยวกลางคืนได้แบบไม่ต้องหวาดระแวงมาก แต่ก็ต้องระวังบางย่านที่อัตราอาชญากรรมสูงกว่าปกติ อย่างเช่น Dorchester และ Roxbury ที่มีข่าวอาชญากรรมอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้อันตรายจนเดินไม่ได้ แต่ถ้าให้แนะนำอย่าไปแถวนั้นจะดีที่สุดเพราะมีคนดำอยู่ค่อนข้างเยอะ เราจะกลายเป็นเอเชียเดินอยู่คนเดียวในย่านนั้นมันก็จะแปลกๆอยู่ แนะนำให้พักย่าน Quincy เพราะเป็นย่านชุมชนเอเชียที่ราคาแพงน้อยกว่าในเมือง มีของเอเชียขายเยอะ และมีรถไฟฟ้าสีแดงวิ่งผ่าน เดินทางเข้าเมืองสะดวก
เรื่องภาษีของที่นี่ก็อยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้หนักหน่วงมาก ภาษีรายได้ของรัฐอยู่ที่ 5% ส่วน Sales Tax อยู่ที่ 6.25% ซึ่งก็ไม่ได้โหดมากเมื่อเทียบกับบางรัฐ แถมเสื้อผ้าที่ราคาต่ำกว่า $175 ยังได้รับการยกเว้นภาษีอีกต่างหาก! 🛍️
Massachusetts เหมาะกับคนที่อยากใช้ชีวิตในเมืองที่มีเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ ผสมผสานกับเทคโนโลยีล้ำๆ ใครที่ทำงานในสาย Tech, Finance หรือ Healthcare น่าจะชอบที่นี่เพราะเงินดีมาก แถมยังมีธรรมชาติให้ไปชิลล์ได้เรื่อยๆ แต่ถ้าใครไม่ชอบค่าครองชีพแพงๆ หรือไม่อยากขับรถในเมืองที่ถนนวกวนสุดๆ แบบ Boston อาจจะต้องคิดหนักหน่อย
=================================================================
 

Rhode Island – รัฐเล็กแต่เสน่ห์เต็ม

Rhode Island

 
พูดถึง Rhode Island… หลายคนอาจจะแอบงงว่า มันคือรัฐอะไร อยู่ตรงไหนของอเมริกา? 🤔 เพราะชื่อเหมือนจะเป็น “เกาะ” แต่จริงๆ แล้ว มันไม่ได้เป็นเกาะซะทีเดียว (ถึงจะมีเกาะเยอะก็เถอะ) แต่ที่แน่ๆ นี่คือรัฐที่ “เล็กที่สุด” ในสหรัฐฯ แต่ขนาดเล็กไม่ได้หมายความว่าไม่น่าสนใจนะ บอกเลยว่า Rhode Island น่ารัก น่าอยู่ และมีเสน่ห์ไม่แพ้รัฐใหญ่ๆ เลยล่ะ! 🏡✨ ตอนแรกแอดคิดว่า Rhode Island เป็นแค่ทางผ่านระหว่าง Massachusetts กับ Connecticut ใครที่เป็นสายชอบเมืองเงียบๆ ไม่พลุกพล่านมาก แต่ยังอยู่ใกล้เมืองใหญ่แบบ Boston หรือ New York ที่นี่ถือว่าตอบโจทย์สุดๆ
บรรยากาศและไลฟ์สไตล์ 🌅
Rhode Island เป็นรัฐที่ติดชายฝั่งทะเล มีวิวสวยๆ ของมหาสมุทรแอตแลนติกที่สามารถนั่งชิลล์ได้ทั้งวัน 🌊🌞 เมืองหลักๆ อย่าง Providence ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐ ก็ดูมีความเก่าแก่แบบยุโรปเบาๆ ผสมกับความศิลปะที่จัดเต็มมาก เดินไปไหนก็เจออาคารสไตล์โคโลเนียล คาเฟ่น่ารักๆ และหอศิลป์เก๋ๆ 🎭 ถ้าใครชอบเมืองที่มีสถาปัตยกรรมสวยๆ Rhode Island จะทำให้คุณตกหลุมรัก แล้วถ้าเป็นสายธรรมชาติ ที่นี่ก็มีเส้นทางเดินป่าติดทะเลเยอะมาก! 🥾 คนที่ชอบวิ่งตอนเช้า เดินชมวิวพระอาทิตย์ตก หรือไปปั่นจักรยานริมทะเลจะต้องฟินแน่นอน นอกจากนี้ ช่วงซัมเมอร์คนที่นี่จะชอบไป Newport เมืองท่าเรือสุดหรูที่มีคฤหาสน์เก่าๆ ให้เดินชม พร้อมทั้งชายหาดเงียบๆ ที่คนไม่เยอะเกินไป ใครอยากหาบรรยากาศพักผ่อน Rhode Island ตอบโจทย์สุด
รายได้และค่าครองชีพ 💰 แม้ว่า Rhode Island จะเป็นรัฐเล็กๆ แต่ค่าครองชีพก็ไม่ได้ถูกมากนะ โดยเฉพาะถ้าอยู่ในเมืองอย่าง Providence ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ 1 ห้องนอนจะอยู่ที่ประมาณ $1,800 ต่อเดือน ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้ต่างจากบางเมืองใน Massachusetts เท่าไหร่ แต่ถ้าออกไปอยู่รอบนอก เช่น Warwick หรือ Cranston ราคาจะลดลงมาเยอะ
แต่เรื่องดีคือ รายได้เฉลี่ยของคนที่นี่ถือว่าโอเคเลย คนที่ทำงานในสาย Healthcare, Education, และ Technology จะมีโอกาสได้งานดีๆ เยอะมาก เพราะที่นี่มีโรงพยาบาลและมหาวิทยาลัยดังๆ อย่าง Brown University และ Rhode Island School of Design (RISD) ซึ่งดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและศิลปะเข้ามาเพียบ โดยเฉลี่ยแล้ว รายได้ของคนที่นี่อยู่ที่ประมาณ $65,000 – $75,000 ต่อปี 🤑 ถ้าทำงานสายแพทย์ วิศวกรรม หรือไอที อาจแตะหกหลักได้ไม่ยาก แต่อย่าลืมว่าค่าครองชีพของที่นี่ก็สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศเหมือนกัน
อาหารและของกิน 🍽️ Rhode Island ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลแบบสุดๆ 🦞 ใครชอบ Lobster หรือ Clam Chowder ต้องมาโดนที่นี่สักครั้ง! แต่ที่เด็ดสุดคือ “Stuffies” หรือ Stuffed Quahogs (หอยตลับยัดไส้) ที่เป็นของขึ้นชื่อประจำรัฐนี้ บอกเลยว่าถ้าไม่ได้กิน ถือว่ามาไม่ถึง Rhode Island! อีกเมนูที่คนท้องถิ่นรักมากคือ “Coffee Milk” 🥤 ซึ่งเป็นนมที่ผสมกับน้ำเชื่อมกาแฟ หอมหวานแบบละมุนๆ คล้ายๆ กับนมเย็นบ้านเราแต่เป็นเวอร์ชั่นอเมริกัน ถ้าได้ลองสักครั้งจะติดใจแน่นอน
ความปลอดภัยและบรรยากาศเมือง 🚔โดยรวมแล้ว Rhode Island เป็นรัฐที่ปลอดภัยพอสมควร เมืองอย่าง Newport, Warwick และ Cranston ถือว่ามีอัตราอาชญากรรมต่ำ และเหมาะกับการอยู่อาศัยแบบครอบครัวสุดๆ แต่ Providence บางย่านก็ต้องระวังเหมือนกัน โดยเฉพาะ South Providence ที่มีอัตราอาชญากรรมสูงกว่าย่านอื่นๆ แต่โดยรวมแล้ว นี่คือรัฐที่สามารถเดินเล่นริมทะเลได้แบบไม่ต้องกังวลมาก มีคนท้องถิ่นใจดี และมีชุมชนเล็กๆ ที่อบอุ่น ใครที่ไม่อยากเจอความวุ่นวายแบบนิวยอร์ก แต่ยังอยากอยู่ใกล้เมืองใหญ่ ที่นี่ก็น่าสนใจมาก
ภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ 💸 Rhode Island มีภาษีรายได้รัฐที่สูงหน่อย อยู่ที่ 3.75% – 5.99% ตามระดับรายได้ ซึ่งถือว่าไม่ได้โหดมาก แต่ก็ไม่ถูกที่สุดในประเทศ ส่วน Sales Tax ของที่นี่อยู่ที่ 7% ซึ่งแพงกว่าหลายรัฐ แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่พอรับได้ แต่ที่คนไม่ค่อยชอบเกี่ยวกับ Rhode Island คือ “ภาษีทรัพย์สิน” ที่สูงมาก! 🏠 ถ้าคุณวางแผนจะซื้อบ้านที่นี่ ต้องคำนวณให้ดีว่าภาษีบ้านของที่นี่จะกินเงินในกระเป๋าไปไม่น้อย
เหมาะกับใคร? Rhode Island เป็นรัฐที่เหมาะกับคนที่ต้องการอยู่ในที่สงบ แต่ยังไม่ไกลจากเมืองใหญ่ ชอบบรรยากาศทะเล อาหารทะเลอร่อยๆ และวิถีชีวิตที่มีศิลปะและความครีเอทีฟ ถ้าคุณเป็นสายทำงานจากที่บ้าน หรือทำงานในสาย Healthcare หรือ Education ที่นี่จะมีโอกาสเยอะมาก แต่ถ้าคุณชอบชีวิตที่แอคทีฟตลอดเวลา ต้องการเมืองใหญ่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเยอะๆ Rhode Island อาจจะดูเล็กและเงียบไปหน่อย
=================================================================

สรุป: เลือกรัฐน่าอยู่ East Coast ให้เหมาะกับตัวคุณ

การเลือกรัฐน่าอยู่ East Coast ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย:

  • งบประมาณและค่าครองชีพ
  • สายงานที่ทำ
  • ความชอบเรื่องอากาศ
  • ไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ

ถ้าชอบเงียบสงบแนะนำ Maine หรือ Vermont ต้องการงานเยอะและเงินดีแนะนำ Massachusetts อยากประหยัดภาษีเลือก New Hampshire ชอบบรรยากาศริมทะเลลอง Rhode Island

ใครอยู่รัฐไหนมาแชร์ประสบการณ์กันหน่อยครับ หรือมีคำถามเกี่ยวกับการเลือกรัฐ ทักมาถามได้เลยนะครับ

📍 ไว้เจอกันตอนหน้านะครับทุกคน สู้ๆ นะครับ 😊✌️🇺🇸
 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง

What’s your Reaction?
+1
0
+1
0
+1
0
+1
0
+1
0
+1
0
+1
0