PatJourney

PatJourney

เข้าสู่ระบบ
[siteseo_breadcrumbs]

ควรอยู่รัฐไหน (East Coast) ตอนที่ 3

มาต่อตอนที่สาม ตอนสุดท้ายของฝั่ง East Coast กันครับ🏖️🇺🇸
 
🏛️ วอชิงตัน ดีซี (Washington D.C.)
 

Washington DC

 
วอชิงตัน ดี.ซี. ฟังดูเป็นเมืองที่ใครๆ ก็น่าจะรู้จัก เพราะเป็นเมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา เต็มไปด้วยอาคารรัฐบาล สถานที่สำคัญระดับโลก และมีทำเนียบขาวตั้งอยู่ แต่ถ้าพูดถึงการใช้ชีวิตจริงๆ ในดี.ซี. บอกเลยว่ามันมีเสน่ห์ที่มากกว่าการเป็นแค่เมืองของนักการเมือง ลองนึกภาพว่าคุณกำลังเดินอยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณแบบยุโรป เดินผ่านอนุสาวรีย์ลินคอล์น แล้วแวะไปนั่งดื่มกาแฟในย่าน Dupont Circle หรือ Adams Morgan ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารนานาชาติ กลางวันอาจจะต้องเจอผู้คนในชุดสูทเดินสวนกันไปมา แต่กลางคืนก็กลายเป็นอีกโลกหนึ่ง เพราะที่นี่มีบาร์และร้านอาหารที่เปิดดึกให้ได้ไปชิลล์กัน ดี.ซี. เป็นเมืองที่มีความเป็นสากลสูงมาก คนที่นี่มาจากทั่วทุกมุมโลก เพราะมีทั้งสถานทูตต่างๆ มหาวิทยาลัยระดับโลก และองค์กรระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่ที่นี่ ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบความหลากหลายทางวัฒนธรรมและอยากอยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยคนเก่งๆ ดี.ซี. น่าจะเป็นที่ที่เหมาะกับคุณ
แต่เรื่องค่าครองชีพต้องบอกไว้ก่อนว่าที่นี่แพงไม่แพ้นิวยอร์กเลย ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ 1 ห้องนอนในตัวเมืองเริ่มต้นที่ประมาณ $2,500 – $3,500 ต่อเดือน ถ้าอยากได้ราคาถูกกว่านี้หน่อย ต้องออกไปอยู่แถบชานเมืองอย่าง Arlington หรือ Alexandria ที่อยู่ฝั่งเวอร์จิเนีย หรือ Silver Spring ฝั่งแมริแลนด์ ซึ่งยังเดินทางเข้าเมืองได้สะดวก รายได้เฉลี่ยของคนที่นี่ถือว่าสูงมาก เพราะที่นี่เป็นศูนย์กลางของงานราชการ สายกฎหมาย ธุรกิจ และเทคโนโลยี คนที่ทำงานในรัฐบาลกลางมักจะมีรายได้ที่มั่นคงมาก ส่วนคนที่ทำงานในสายเอกชนโดยเฉพาะสาย Finance หรือ Tech รายได้อาจแตะหกหลักได้ไม่ยาก ภาษีของที่นี่ก็ค่อนข้างสูง เพราะดี.ซี. มีภาษีรายได้ของตัวเอง ซึ่งอยู่ในช่วง 4% – 10.75% ตามระดับรายได้ ส่วน Sales Tax อยู่ที่ประมาณ 6% ซึ่งไม่ได้โหดมาก แต่ค่าครองชีพสูงก็ทำให้ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันสูงขึ้นไปด้วย
เรื่องอาหารที่นี่ก็ไม่แพ้ที่อื่นเลย เพราะมีร้านอาหารจากทุกประเทศในโลก คุณสามารถกินอาหารเอธิโอเปีย อาหารอินเดีย หรือแม้แต่อาหารไทยที่รสชาติเหมือนกินที่บ้านเกิด แต่สิ่งที่ต้องระวังคือบางร้านอาจจะแพงเกินไป เพราะค่าครองชีพที่นี่สูง ทำให้อาหารในร้านดังๆ อาจมีราคาสูงกว่าปกติ
เรื่องความปลอดภัยต้องบอกเลยว่าขึ้นอยู่กับพื้นที่ บางย่านของดี.ซี. ปลอดภัยมาก เช่น Georgetown หรือ Foggy Bottom ที่เป็นย่านนักศึกษาและคนทำงาน แต่บางย่าน เช่น Anacostia อาจจะต้องระวังหน่อย เพราะอัตราอาชญากรรมยังค่อนข้างสูง แต่ถ้าให้แนะนำคือไม่ควรพักที่ดีซีเลยจะดีกว่าเพราะคนดำอยู่เยอะ ส่วนใหญ่คนไทยมักจะไปอยู่ Maryland หรือเวอร์จิเนียแถว Arlington, Alexandria, Fairfax กันมากกว่า
สิ่งที่ทำให้ดี.ซี. เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับบางคนก็คือระบบขนส่งสาธารณะ ที่นี่มี Metro ที่สะดวกสบาย และระบบรถบัสที่ครอบคลุมทั่วเมือง ถ้าคุณไม่อยากขับรถ ดี.ซี. เป็นหนึ่งในเมืองที่สามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องมีรถส่วนตัวเลย
วอชิงตัน ดี.ซี. เหมาะกับคนที่ต้องการทำงานในสายงานราชการ กฎหมาย การเมือง หรือธุรกิจระหว่างประเทศ เหมาะกับคนที่ชอบความหลากหลายและความเป็นสากล และชอบใช้ชีวิตในเมืองที่มีทั้งความเก่าแก่และความทันสมัยผสมกัน แต่ถ้าคุณไม่ชอบค่าครองชีพแพงๆ และความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ดี.ซี. อาจไม่ใช่ที่ที่เหมาะที่สุด อาจจะต้องลองมองหาที่อยู่แถวชานเมืองเพื่อให้ค่าใช้จ่ายลดลงหน่อย
=================================================================
 
🌳 เวอร์จิเนีย (Virginia)
 

Virginia

 
เวอร์จิเนียเป็นรัฐที่มีอะไรให้พูดถึงเยอะมาก เพราะมันไม่ใช่รัฐที่โด่งดังเหมือนนิวยอร์กหรือแคลิฟอร์เนีย แต่คนที่มาอยู่แล้วมักจะติดใจ เวอร์จิเนียให้ฟีลแบบ “กึ่งเมือง กึ่งธรรมชาติ” คือจะใช้ชีวิตแบบสะดวกสบายเหมือนอยู่เมืองใหญ่ก็ได้ หรือจะหลบไปอยู่ในโซนที่เงียบสงบก็มีให้เลือก ถ้าพูดถึงภาพรวม เวอร์จิเนียเป็นรัฐที่มีความสมดุลมาก มีเมืองใหญ่ที่มีออฟฟิศเยอะ มีบ้านชานเมืองที่เงียบสงบ และยังมีแนวเทือกเขาให้ไปพักผ่อน คนที่อยู่ที่นี่จะไม่รู้สึกว่าชีวิตเร่งรีบเกินไป แต่ก็ไม่ได้เงียบจนน่าเบื่อ ถ้าคุณเคยได้ยินชื่อ Arlington, Alexandria หรือ Fairfax เมืองพวกนี้อยู่ในโซนที่เรียกว่า Northern Virginia หรือที่คนเรียกกันว่า NoVa ซึ่งเป็นโซนที่เจริญที่สุดของรัฐ และเป็นพื้นที่ที่คนทำงานในวอชิงตัน ดี.ซี. ชอบมาอยู่กันเยอะ เพราะข้ามแม่น้ำไปหน่อยก็เข้าเมืองหลวงแล้ว ลองนึกภาพว่าเช้าๆ คุณเดินออกจากอพาร์ตเมนต์หรูๆ ใน Arlington เดินไปขึ้นรถไฟ Metro แค่ 20-30 นาทีก็ถึงใจกลางวอชิงตัน ดี.ซี. ที่นี่เป็นที่อยู่ของคนทำงานสายราชการ ทหาร วิศวกร และไอทีเยอะมาก เพราะมันใกล้กับศูนย์กลางรัฐบาล มีออฟฟิศของหน่วยงานรัฐและบริษัท defense contractor เต็มไปหมด สิ่งที่คนชอบเวอร์จิเนียคืออากาศที่ไม่โหดร้ายจนเกินไป ที่นี่มีครบทุกฤดูแต่ไม่ได้หนาวแบบแมสซาชูเซตส์ หรือร้อนเว่อร์แบบฟลอริดา ถ้าคุณชอบอากาศที่มีหิมะบ้างแต่ไม่ต้องโกยหิมะทุกวัน ที่นี่ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี
ค่าครองชีพใน NoVa นี่ไม่เบาเลย ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ 1 ห้องนอนใน Arlington หรือ Alexandria จะอยู่ที่ประมาณ $2,300 – $3,000 ต่อเดือน แต่ถ้าคุณย้ายออกไปทางตะวันตกของรัฐหน่อย อย่าง Manassas หรือ Centreville ราคาจะลดลงมาประมาณ $1,600 – $2,000 รายได้เฉลี่ยของคนที่นี่ค่อนข้างสูง เพราะรัฐนี้มีงานในสายไอที การเงิน และงานราชการเยอะมาก รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนอยู่ที่ประมาณ $85,000 – $100,000 ต่อปี ถ้าคุณทำงานสายไอทีหรือวิศวกรรมในบริษัท defense contractor อย่าง Lockheed Martin, Northrop Grumman หรือ Raytheon รายได้หกหลักเป็นเรื่องปกติ
แต่ถ้าคุณไม่ได้อยากอยู่ในเมืองที่ค่าครองชีพสูงขนาดนั้น เวอร์จิเนียก็มีเมืองเล็กๆ ที่น่าอยู่เยอะมาก ถ้าขยับลงไปทางใต้ เช่น Richmond หรือ Charlottesville ค่าครองชีพจะถูกกว่ามาก ที่สำคัญสองเมืองนี้ยังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์เยอะ มีมหาวิทยาลัยดังอย่าง University of Virginia ด้วย ใครที่ชอบบรรยากาศแนวเมืองวิทยาลัย ที่นี่ก็น่าสนใจ ภาษีในเวอร์จิเนียไม่ได้หนักเท่ารัฐอื่นๆ ใน East Coast ภาษีรายได้ของรัฐอยู่ที่ 2% – 5.75% ซึ่งถือว่ากลางๆ ไม่ได้สูงเว่อร์ ส่วน Sales Tax อยู่ที่ประมาณ 6% ซึ่งถือว่าไม่ได้แพงมากเมื่อเทียบกับรัฐรอบๆ
อาหารของเวอร์จิเนียต้องบอกเลยว่าใครชอบสเต็กหรือ BBQ ต้องถูกใจ เพราะรัฐนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาคใต้ของอเมริกา ที่นี่มีบาร์บีคิวสไตล์เวอร์จิเนียที่รสชาติเข้มข้น และถ้าใครเป็นสายซีฟู้ด ที่นี่ก็มีหอยนางรมจาก Chesapeake Bay ที่ขึ้นชื่อ
เรื่องความปลอดภัย เวอร์จิเนียถือว่าเป็นรัฐที่ปลอดภัยในระดับดี เมืองอย่าง Arlington, Alexandria และ Fairfax มีอัตราอาชญากรรมต่ำมาก เหมาะกับครอบครัว แต่ถ้าเป็นบางส่วนของ Richmond หรือ Norfolk อาจจะต้องระวังเรื่องอาชญากรรมบ้าง
เวอร์จิเนียเหมาะกับคนที่ต้องการความสมดุลระหว่างเมืองกับธรรมชาติ ใครที่ทำงานในสายไอที ราชการ หรือ defense industry ที่นี่เป็นรัฐที่มีโอกาสสูงมาก ถ้าคุณอยากอยู่ในเมืองที่สะอาด ปลอดภัย ค่าครองชีพไม่หนักเท่ารัฐอย่างนิวยอร์กหรือแคลิฟอร์เนีย เวอร์จิเนียเป็นตัวเลือกที่ดีมาก แต่ถ้าคุณอยากได้ค่าครองชีพถูกๆ และไม่ชอบจ่ายค่าเช่าแพงๆ NoVa อาจจะไม่ใช่ที่ที่เหมาะที่สุด อาจต้องเลือกเมืองเล็กๆ ของรัฐแทน
=================================================================
 
⛰️ นอร์ทแคโรไลนา (North Carolina)
 

North Carolina

 
นอร์ทแคโรไลนา หลายคนอาจจะนึกถึงภาพของรัฐที่มีความเป็นชนบทเยอะ มีไร่ข้าวโพดกว้างสุดลูกหูลูกตา หรือเป็นที่ตั้งของทีมบาสเก็ตบอลชื่อดัง แต่จริงๆ แล้ว นอร์ทแคโรไลนาเป็นรัฐที่มีอะไรน่าสนใจเยอะมากกว่าที่คิด แถมเป็นหนึ่งในรัฐที่คนย้ายไปอยู่กันเยอะขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลัง เพราะค่าครองชีพไม่สูงเกินไป อากาศดี และยังมีเมืองที่กำลังเติบโตอยู่หลายเมือง ลองนึกภาพรัฐที่มีทั้งภูเขาและชายหาด ขับรถออกจากเมืองไปแค่สองสามชั่วโมงก็เจอวิว Blue Ridge Mountains ที่เหมาะกับการเดินป่า หรือถ้าขับไปอีกทางก็ถึงชายหาดสวยๆ ริมมหาสมุทรแอตแลนติก รัฐนี้เป็นรัฐที่ให้ความรู้สึกสมดุลมาก เพราะคุณสามารถใช้ชีวิตในเมืองที่เจริญได้แบบสบายๆ แต่ก็ยังมีธรรมชาติให้พักผ่อนแบบจัดเต็ม เมืองหลักๆ ที่คนชอบย้ายไปอยู่จะเป็น Charlotte, Raleigh และ Durham เมืองพวกนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ Charlotte ที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางด้านการเงินของภาคใต้ มีสำนักงานใหญ่ของธนาคารใหญ่ๆ อย่าง Bank of America กับ Wells Fargo ตั้งอยู่ คนที่ทำงานในสายการเงิน การธนาคาร หรือแม้แต่เทคโนโลยีเริ่มมุ่งหน้ามาที่นี่มากขึ้นเรื่อยๆ Raleigh กับ Durham เองก็เป็นเมืองที่น่าสนใจมาก เพราะอยู่ในโซนที่เรียกว่า Research Triangle ที่เป็นศูนย์กลางของการศึกษาและเทคโนโลยี มีมหาวิทยาลัยดังๆ อย่าง Duke University กับ University of North Carolina (UNC) ตั้งอยู่ แถมยังมีบริษัทด้านเทคโนโลยีและวิจัยเต็มไปหมด
ค่าครองชีพของนอร์ทแคโรไลนาเมื่อเทียบกับรัฐอื่นใน East Coast ถือว่าค่อนข้างถูก ถ้าเทียบกับนิวยอร์กหรือวอชิงตัน ดี.ซี. นี่แทบจะครึ่งต่อครึ่งเลย ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ 1 ห้องนอนในเมืองอย่าง Charlotte หรือ Raleigh จะอยู่ที่ประมาณ $1,500 – $1,800 ต่อเดือน แต่ถ้าออกไปอยู่ชานเมือง หรือเมืองที่เล็กกว่านั้น ราคาจะถูกลงไปอีก เรื่องรายได้ คนที่ทำงานในรัฐนี้โดยเฉลี่ยจะมีรายได้ประมาณ $65,000 – $80,000 ต่อปี แต่ถ้าอยู่ในสายไอที การเงิน หรือทำงานในบริษัทเทค รายได้ก็สามารถแตะหกหลักได้ไม่ยาก ภาษีของที่นี่อยู่ในระดับกลางๆ ภาษีรายได้ของรัฐอยู่ที่ 4.75% ซึ่งไม่ได้สูงมากถ้าเทียบกับรัฐทางเหนืออย่างนิวยอร์กหรือแมริแลนด์ ส่วน Sales Tax อยู่ที่ประมาณ 4.75% – 7.5% แล้วแต่เขต ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้แย่
อาหารของที่นี่ก็มีเสน่ห์แบบภาคใต้ บาร์บีคิวสไตล์แคโรไลนาเป็นอะไรที่ต้องลอง หมูย่างช้าๆ กับซอสเปรี้ยวๆ เผ็ดๆ เป็นรสชาติที่หากินที่อื่นไม่ได้ง่ายๆ และถ้าเป็นสายซีฟู้ด อาหารทะเลของที่นี่ก็สดและอร่อยมาก เพราะมีเมืองที่อยู่ติดชายฝั่งเยอะ
เรื่องความปลอดภัย นอร์ทแคโรไลนาเป็นรัฐที่โดยรวมแล้วปลอดภัยดี แต่อย่างที่ทุกที่มี เมืองใหญ่ๆ บางย่านก็อาจจะต้องระวังเป็นพิเศษ เช่น บางส่วนของ Charlotte หรือ Durham ที่อาจมีอาชญากรรมสูงกว่าค่าเฉลี่ยของรัฐ แต่ถ้าเป็นย่านชานเมือง หรือเมืองเล็กๆ ความปลอดภัยถือว่าสูงมาก
สิ่งที่ทำให้นอร์ทแคโรไลนาน่าอยู่คืออากาศที่ไม่โหดร้ายมาก ฤดูร้อนอาจจะร้อนหน่อย แต่ไม่ถึงกับร้อนแบบฟลอริดา ส่วนหน้าหนาวก็มีหิมะบ้าง แต่ไม่เยอะขนาดที่ต้องโกยหิมะทุกวัน
รัฐนี้เหมาะกับคนที่อยากอยู่ในเมืองที่กำลังเติบโต แต่ไม่อยากเจอกับค่าครองชีพที่แพงเกินไป เป็นที่ที่มีความสมดุลระหว่างความเป็นเมืองกับธรรมชาติ มีโอกาสในการทำงานเยอะ โดยเฉพาะในสายเทคโนโลยี การเงิน และการศึกษา
=================================================================
 
🌴 เซาท์แคโรไลนา (South Carolina)
 

South Carolina

 
ถ้าพูดถึงเซาท์แคโรไลนา หลายคนอาจจะไม่คุ้นเท่าไหร่ แต่ถ้าใครเคยดูหนังที่มีฉากบ้านสวยๆ ริมทะเล ต้นโอ๊คใหญ่มีเถาวัลย์ห้อยลงมาเป็นอุโมงค์เขียวๆ พร้อมกับถนนโรแมนติกแบบ Southern Style นั่นแหละครับ บรรยากาศของรัฐนี้เลย เซาท์แคโรไลนาเป็นรัฐที่อยู่ทางใต้ของ East Coast อากาศที่นี่อบอุ่นกว่ารัฐทางเหนือมาก ฤดูหนาวไม่โหดเท่าเมนหรือนิวยอร์ก และฤดูร้อนก็ไม่ร้อนระอุแบบฟลอริดา ถือว่าอยู่ตรงกลางพอดีๆ เมืองดังของรัฐนี้ก็คือชาร์ลสตัน เมืองเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนสไตล์โคโลเนียล ร้านอาหารริมทะเล และสะพานที่ทอดยาวข้ามอ่าว จุดเด่นของที่นี่คืออาหารใต้ หรือที่เรียกว่า Southern Cuisine อร่อยมากกกก ไก่ทอดแบบ Southern Fried Chicken กรอบนอกนุ่มใน บิสกิตเนยนุ่มๆ กินคู่กับกุ้งและข้าวโพดปรุงรสที่เรียกว่า Shrimp and Grits คือที่สุด ถ้าใครเป็นสายกิน รับรองว่าฟินแน่นอน
ค่าครองชีพในรัฐนี้ไม่ได้สูงมาก โดยเฉพาะถ้าเทียบกับรัฐอื่นๆ ในฝั่งตะวันออก บ้านราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ $250K-$350K ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆ อย่างนิวยอร์กหรือบอสตัน รายได้เฉลี่ยของคนที่นี่อยู่ที่ประมาณ $55K-$65K ต่อปี งานที่เยอะก็จะเป็นสายงานโรงพยาบาล งานราชการ การศึกษา และการท่องเที่ยว ถ้าใครทำงานจากบ้านหรือทำธุรกิจของตัวเอง ถือว่ารัฐนี้เหมาะสุดๆ ภาษีรายได้ของรัฐนี้อยู่ที่ประมาณ 0%-7% แล้วแต่รายได้ของแต่ละคน ส่วนภาษีขาย (Sale Tax) อยู่ที่ประมาณ 6%-9% แล้วแต่เมืองที่อยู่ ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ถูกหรือแพงเกินไป
เรื่องความปลอดภัยก็ต้องเลือกที่อยู่ดีๆ เพราะบางพื้นที่ในเมืองใหญ่ก็อาจจะมีอัตราอาชญากรรมสูงขึ้นมาหน่อย แต่ถ้าเป็นเมืองเล็กๆ หรือแถบชานเมืองก็ปลอดภัยและน่าอยู่มาก
ถ้าใครชอบธรรมชาติ รัฐนี้มีชายหาดที่สวยงามเยอะมาก Myrtle Beach เป็นจุดพักร้อนยอดฮิตของชาวอเมริกัน มีรีสอร์ตติดทะเล ร้านอาหารซีฟู้ดสดๆ และอากาศดีทั้งปี หรือถ้าชอบภูเขาก็สามารถขับรถไปเที่ยวแนว Appalachian Mountains ได้ไม่ไกลมาก
=================================================================
 
🍊 ฟลอริดา (Florida)
 

Florida

 
ถ้าพูดถึงฟลอริดา ภาพแรกที่ลอยมาในหัวก็คงเป็นชายหาดยาวๆ พระอาทิตย์ตกสวยๆ และต้นปาล์มที่ไหวเบาๆ ตามสายลมทะเล บรรยากาศแบบนั้นแหละครับ ฟลอริดาคือรัฐที่ได้ชื่อว่า “Sunshine State” เพราะแดดแรงทั้งปี อากาศอบอุ่น หน้าหนาวนี่แทบไม่ต้องใส่เสื้อกันหนาวเลย แถมยังมีดิสนีย์เวิลด์อีกต่างหาก ใครเป็นสายรักความสนุก บอกเลยว่าที่นี่ไม่ทำให้ผิดหวัง ฟลอริดามีเมืองใหญ่ๆ หลายเมืองที่น่าสนใจ ถ้าชอบความหรูหรา ไฮโซ มีสีสัน ไมอามี่ก็คือที่สุดแล้วครับ เมืองนี้เต็มไปด้วยชายหาด คาเฟ่เก๋ๆ ร้านอาหารซีฟู้ดริมน้ำ และไนท์ไลฟ์ที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา คนละตินอยู่เยอะมาก เดินไปไหนมาไหนก็ได้ยินภาษาสเปนพอๆ กับภาษาอังกฤษ บรรยากาศที่นี่เป็นสไตล์เมืองร้อนแบบที่เห็นในหนังเลย แต่ถ้าใครอยากอยู่เมืองที่สงบลงมาหน่อย ออร์แลนโดก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดี เมืองนี้มีทั้งดิสนีย์เวิลด์ ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ และแหล่งงานด้านการท่องเที่ยวเยอะมาก ใครทำงานโรงแรม รีสอร์ต หรือร้านอาหาร นี่คือตลาดงานที่ใหญ่ที่สุดในรัฐ หรือถ้าอยากได้ฟีลสบายๆ กึ่งๆ เมืองเกษียณ ก็ลองไปดูแทมปาหรือเนเปิลส์ได้ เมืองเหล่านี้เงียบสงบ ติดทะเล น้ำทะเลสีฟ้าใส บรรยากาศดีมาก
เรื่องค่าครองชีพในฟลอริดา จะว่าถูกก็ไม่ถูก จะว่าแพงก็ไม่เชิง มันขึ้นอยู่กับเมืองที่อยู่ ถ้าเป็นไมอามี่หรือออร์แลนโด บ้านอาจจะแพงขึ้นมาหน่อย แต่โดยรวมก็ยังถูกกว่านิวยอร์กหรือแคลิฟอร์เนียเยอะ บ้านเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ $350K-$500K แล้วแต่ทำเล ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ก็อยู่ที่ $1,500-$2,500 ต่อเดือน ซึ่งถือว่ากลางๆ สำหรับรัฐในอเมริกา สิ่งที่ทำให้ฟลอริดาน่าสนใจคือ “ไม่มีภาษีรายได้รัฐ” ใช่แล้ว รายได้เท่าไหร่ก็ไม่ต้องแบ่งให้รัฐเลย เก็บเงินได้เต็มๆ ไปจ่ายแค่ภาษีรัฐบาลกลาง ส่วนภาษีขาย (Sale Tax) อยู่ที่ 6%-7.5% ซึ่งก็ถือว่ากลางๆ ไม่สูงเกินไป
เรื่องความปลอดภัยก็ต้องเลือกที่อยู่ดีๆ บางเมืองอย่างไมอามี่มีบางย่านที่อาชญากรรมสูง แต่ก็มีโซนดีๆ ที่ปลอดภัยมาก เช่น Coral Gables หรือ Key Biscayne ที่เป็นย่านคนรวย ส่วนออร์แลนโดและแทมปาถือว่ากลางๆ ถ้าอยู่ในเขตชานเมืองจะปลอดภัยกว่า
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนมาอยู่ที่นี่ก็คือ ฟลอริดามีพายุเฮอริเคนทุกปี ถ้าจะซื้อบ้านหรือเช่าบ้านต้องดูให้ดีว่าอยู่ในโซนที่ปลอดภัยหรือเปล่า และต้องทำประกันบ้านดีๆ เพราะค่าซ่อมบ้านหลังพายุถล่มนี่แรงเอาเรื่อง
โดยรวมแล้ว ฟลอริดาเป็นรัฐที่เหมาะกับคนที่รักแสงแดด ทะเล และไม่อยากเสียภาษีรายได้ มีเมืองให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ไมอามี่ที่คึกคักไปจนถึงแทมปาที่สงบเงียบ ถ้าไม่ติดเรื่องพายุเฮอริเคน ก็บอกเลยว่านี่เป็นรัฐที่น่าอยู่มาก
=================================================================
 
🍑 จอร์เจีย (Georgia)
 

Georgia

 
ถ้าพูดถึงจอร์เจีย นึกภาพตามง่ายๆ ก็คือบรรยากาศอบอุ่นๆ สบายๆ สไตล์รัฐทางใต้ของอเมริกา 🌞 เพื่อนๆ หลายคนอาจรู้จักจากเมืองใหญ่อย่าง Atlanta ใช่ไหมล่ะครับ บอกเลยรัฐนี้มีเสน่ห์ที่แตกต่างจากรัฐอื่นบน East Coast มากๆนะ จอร์เจียเป็นรัฐที่มีเสน่ห์เรื่องความเป็นกันเองของผู้คนจริงๆ 😊 ไปที่ไหนก็เจอแต่คนทักทายแบบ southern hospitality คนที่นี่พูดช้าๆ อารมณ์ดี ยิ้มเก่งมากๆ เลยละครับ ถ้าเพื่อนๆ มาอยู่ใหม่แล้วภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรง ที่นี่ก็เหมาะเลย เพราะคนที่นี่อดทนฟังมาก คุยง่ายสุดๆ 🎉 เมืองที่ดังที่สุดก็แน่นอนว่าคือแอตแลนต้า 🏙️ เมืองใหญ่สุดของรัฐที่มีทั้งความทันสมัยและความธรรมชาติไปพร้อมๆ กัน มีออฟฟิศใหญ่ๆ อย่าง Coca-Cola 🍹 CNN 📺 หรือ Delta Airlines ✈️ อยู่เต็มไปหมด ที่สำคัญคือสนามบินที่นี่ใหญ่มาก เป็น hub ที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกา บินไปไหนก็ง่ายสุดๆ 🛫 แต่ถ้าใครไม่ชอบความวุ่นวาย บริเวณรอบนอกเมืองก็สงบสวยงามมากครับ มีเมืองเล็กๆ น่ารักๆ อย่าง Savannah ที่สวยคลาสสิกสไตล์ยุโรป 🏛️ เดินชมเมืองเพลินๆ เหมือนหลุดเข้าไปในหนังสมัยก่อนเลยครับ มีบ้านสวยๆ ต้นไม้ใหญ่อายุเป็นร้อยปีปกคลุมทั่วเมือง 🌳 หรือถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวภูเขา ก็มีเมือง Blue Ridge สวยมากๆ ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี 🍂🍁
รายได้เฉลี่ยของรัฐจอร์เจียก็อยู่ที่ประมาณ $60K-$70K ต่อปีครับ แต่ถ้าอยู่ในเมืองใหญ่อย่าง Atlanta รายได้จะสูงกว่านี้อีก ค่าครองชีพในรัฐนี้ก็ถือว่าไม่สูงมากนัก โดยเฉพาะถ้าเทียบกับรัฐอื่นๆ บน East Coast บ้านราคาไม่แรงจนเกินไป มีบ้านหลังใหญ่ๆ พื้นที่เยอะๆ ให้เลือกเพียบ 🏡 ถ้าเป็นสายทำสวนปลูกผักปลูกต้นไม้ที่นี่ถูกใจแน่นอนครับ เรื่องเงินๆ ทองๆ ก็สบายๆ ภาษีรายได้รัฐที่จอร์เจียอยู่ที่ประมาณ 1%-5.75% ส่วนภาษีขาย (Sale tax) ประมาณ 4%-9% แล้วแต่พื้นที่นะครับ ถือว่าไม่ได้โหดจนเกินไป รายได้เฉลี่ยเท่าที่เห็นจะอยู่ราวๆ $65K-$80K ต่อปี งานด้าน Healthcare และ IT ก็มีเยอะ ใครสายนี้รับรองหางานได้ไม่ยากเลยครับ 🏥💻
เรื่องความปลอดภัยก็อยู่ที่เราเลือกแหละครับ โดยรวมแล้วถือว่าโอเค แต่ถ้าพูดถึง Atlanta ใจกลางเมืองต้องระวังหน่อย ย่านชานเมืองหลายๆ ที่จะปลอดภัยมากๆ มีครอบครัวอยู่เยอะครับ
อีกอย่างที่แอดว่าดีสุดๆ ของจอร์เจียคืออาหารครับ! 🍗 อาหารใต้ที่นี่เด็ดมากๆ มีทั้งไก่ทอด southern fried chicken วาฟเฟิลราดน้ำเชื่อมหวานๆ แถมยังมีลูกพีช 🍑 ที่เป็นผลไม้ขึ้นชื่อของรัฐนี้เลย แวะตลาดหรือฟาร์มซื้อกินสดๆ คือฟินสุดๆ ไปเลยครับ
ใครอยากได้ชีวิตสบายๆ ชิลๆ ค่าครองชีพไม่แพงจนเกินไป จอร์เจียนี่เหมาะเลยครับ ยิ่งถ้าชอบธรรมชาติแต่อยากได้ความสะดวกสบายของเมืองใหญ่นิดๆ รัฐนี้คือคำตอบที่ลงตัวมากๆ
=================================================================
ใครอยู่รัฐไหนมาเม้ามอยเพิ่มเติมกันได้เลยนะครับ แชร์ประสบการณ์กันหน่อยว่าแต่ละที่เป็นยังไงบ้าง 📍 ไว้เจอกันตอนหน้านะครับทุกคน สู้ๆ นะครับ 😊✌️🇺🇸
 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง

What’s your Reaction?
+1
0
+1
0
+1
0
+1
0
+1
0
+1
0
+1
0